สารเคมี...ที่น่ามีไว้ติดสวน

Garden   9908 views
              เวลาเกิดปัญหาต่างๆในสวน ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้โทรม เกิดโรคและแมลงศัตรูพืช หรือวัชพืชต่างๆ แล้วไม่รู้จะทำอย่างไร หรือจะใช้อะไรทำให้ปัญหาเหล่านี้หมดไป จริงๆแล้ววิธีที่ดีที่สุดคือการหมั่นสังเกตด้วยตัวเองและกำจัดด้วยวิธีธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นการใช้สารสกัดธรรมชาติ ตัดส่วนที่เป็นโรคและแมลงทิ้ง แต่ถ้ายังไม่ได้ผลก็ถึงคราวต้องใช้สารเคมีช่วยเสริม ซึ่งก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สะดวกและเห็นผลรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ข้อควรระวังคือ ใช้ในปริมาณที่กำหนดปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด และใช้เท่าที่จำเป็น สำหรับสารเคมีที่เรานำมาฝากคัดเฉพาะประเภทที่เหมาะกับสวนในบ้านเพื่อใช้แก้ปัญหาที่มักพบได้ทั่วไป ลองเลือกไปใช้ให้เหมาะกับสวนกันค่ะ 
ฟื้นสภาพต้น ปรับปรุงดิน
             บางครั้งเมื่อปลูกต้นไม้ไปสักระยะมักมีปัญหาต้นไม้โทรมไม่สวยงามเหมือนตอนที่ซื้อมาแรกๆ ซึ่งอาจเกิดจากหลายปัจจัยวิธีหนึ่งที่ช่วยได้ดีคือการปรับปรุงดินและฟื้นฟูสภาพต้น ซึ่งมีตั้งแต่การพรวนดิน ใส่ปุ๋ยทั้งทางดินและทางใบเพื่อช่วยเพิ่มธาตุอาหารให้เพียงพอ
• ลองสังเกตว่า ดินในสวนของเรามีลักษณะเป็นดินแข็งเสื่อมสภาพและดินเป็นกรดจากการใส่ปุ๋ยเคมีต่อเนื่องเป็นเวลานานหรือไม่หากพบปัญหาเหล่านี้ก็ควรปรับปรุงคุณภาพดิน ซึ่งทำได้ตั้งแต่ใส่ปุ๋ยอินทรีย์และอินทรียวัตถุต่างๆ หรือใช้สารอินทรีย์ปรับสภาพดินสูตรเข้มข้นประกอบด้วยสารฮิวมิคแอซิดและฟูลวิคแอซิด และธาตุอาหารอื่นๆ เช่นโพแทสเซียม แคลเซียม แมกนีเซียม ซึ่งเป็นสารอินทรีย์จึงไม่มีอันตรายและผลตกค้าง ทำหน้าที่ปรับโครงสร้างดินให้ร่วนซุย ระบายน้ำและอากาศได้ดีช่วยให้ดินอุ้มน้ำและรักษาความชื้นในดินได้ดี
• กรณีที่ต้นไม้ไม่ออกดอกและติดผลมากเท่าเดิม ทั้งที่ใส่ปุ๋ยสม่ำเสมอควรเสริมด้วยธาตุอาหารรอง-ธาตุอาหารเสริม ซึ่งประกอบด้วยแมกนีเซียมโบรอน และสาหร่ายทะเล ส่งเสริมการแตกตาดอก เพิ่มจำนวนดอกให้สมบูรณ์จึงเพิ่มการติดผลและลดการหลุดร่วงของผล หรือใช้ในช่วงหลังเก็บเกี่ยวเพื่อฟื้นฟูสภาพทำให้ต้นไม้แตกใบใหม่ พืชสามารถดูดธาตุอาหารและน้ำได้ดีขึ้นนอกจากนี้ยังเหมาะสำหรับพืชที่ผ่านสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสมมา เช่น น้ำท่วมอากาศร้อนหรือเย็นจัด
• สำหรับพืชที่มีอาการขาดธาตุอาหาร คือ ต้นแคระแกร็น ใบเหลืองซีดให้ดอกหรือผลน้อย ไม่เจริญเติบโต โดยปกติเรามักให้ธาตุอาหารหลักเป็นประจำอยู่แล้ว แต่นานๆครั้งก็ควรให้ธาตุอาหารรองและธาตุอาหารเสริมเพิ่มเติมอย่างธาตุอาหารในรูปคีเลท ซึ่งประกอบด้วยธาตุอาหารรองคือแมกนีเซียมและธาตุอาหารเสริม ได้แก่ เหล็ก แมงกานีส ทองแดง สังกะสี และโบรอนโมเลกุลของคีเลทเมื่อฉีดพ่นไปที่ผิวใบจะแทรกซึมผ่านเข้าสู่ภายในใบพืชได้ดีบางส่วนจะเคลื่อนย้ายลงไปสู่รากได้ธาตุอาหารเหล่านี้ช่วยให้พืชติดดอกและออกผลได้ดี ทั้งยังทำให้ขั้วเหนียวและลดการหลุดร่วงของผลได้ดีด้วยใครที่ปลูกไม้ผลแล้วมักเจออาการผลร่วงก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจค่ะ
แมลงศัตรูพืช ปัญหาใหญ่
             แมลงศัตรูพืชถือเป็นอีกปัญหาที่ทำให้ต้นไม้ไม่สวยงาม สำหรับสวนในบ้านเรามักพบเพลี้ยแป้งเพลี้ยอ่อน เพลี้ยหอย เพลี้ยไฟ ซึ่งจะดูดน้ำเลี้ยงจากต้นพืชทำให้ใบหงิกงอผิดรูป รวมไปถึงแมลงในดิน ได้แก่ มด ปลวก เป็นต้นแนวทางการกำจัดแมลงเหล่านี้ให้เลือกใช้สารที่มีชื่อสามัญว่า ไดโนทีฟูแรน (Dinotefuran)ลักษณะเป็นเกล็ดละเอียด ใช้รองก้นหลุมหรือโรยรอบโคนต้นแล้วกลบดินทับ!
• การกำจัดโรคพืชและแมลงเบื้องต้นทำได้โดยตัดและเก็บส่วนที่เกิดอาการออกให้มากที่สุดนำไปเผาหรือทิ้งให้ห่างไกลจากสวน เพื่อป้องกันการกลับมาเกิดซ้ำ แล้วจึงใช้สารเคมีควบคุม
• ควรอ่านฉลากก่อนใช้สารเคมีทุกครั้งและปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด ทั้งปริมาณการใช้สารกับพืชแต่ละชนิด การเก็บรักษา ควรเก็บในภาชนะที่ปิดมิดชิด สถานที่ร่มและแห้ง ห่างไกลจากเด็ก อาหาร น้ำดื่ม สัตว์เลี้ยง และเปลวไฟ
• หากมีการใช้สารเคมีกำจัดโรคและแมลงต่างๆสำหรับพืชรับประทานได้ ควรเว้นระยะการเก็บเกี่ยวตามคำแนะนำเพื่อไม่ให้เกิดสารตกค้าง
• ควรสวมถุงมือขณะใช้สารเคมีทุกครั้ง ระวังอย่าให้เข้าปาก ตา จมูก ผิวหนัง และโดนเสื้อผ้าหลังใช้งานเสร็จควรล้างมือด้วยสบู่และน้ำจนสะอาด
 
ข้อมูลและผลิตภัณฑ์ : ขอขอบคุณ บริษัทโซตัส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด โทรศัพท์0-2984-0999
 
สำหรับแมลงที่พบบ่อยในสวนอาจสังเกตและป้องกันได้ดังนี้
• เพลี้ยอ่อน พบในไม้ดอก เช่น กุหลาบ เบญจมาศ ชวนชมแมลงปากดูดขนาดเล็กที่ชอบดูดกินน้ำเลี้ยงตามใบ ยอด หรือดอก ทำให้หงิกงอไม่ออกดอก ดอกเหี่ยวและอ่อนแอ มักพบมดอยู่ด้วยกัน โดยมดจะอาศัยกินน้ำหวานที่เพลี้ยอ่อนปล่อยออกมา ซึ่งจะเห็นเป็นคราบราดำ ถ้าปลูกประดับบ้านและมีการทำลายไม่มากนักก็ใช้มือขยี้ทำลาย หากจำเป็นต้องใช้สารฆ่าแมลงควรใช้สารมาลาไทออนฉีดพ่นติดต่อกัน 2-3 ครั้ง
• เพลี้ยหอยหรือเพลี้ยเกล็ด เป็นแมลงปากดูด มักเกาะแน่นตามใบกาบใบ ลำต้น และราก ทำให้พืชชะงักการเจริญเติบโต ทรุดโทรม ใบเหลืองขนาดดอกเล็กลง จนพืชอาจเหี่ยวและตายได้ ถ้ามีการระบาดไม่มากนักให้รูดเพลี้ยหอยออกจากพืชหรือตัดชิ้นส่วนพืชนั้นแล้วทำลาย รวมทั้งใช้ยาฆ่ามดเพื่อไม่ให้มีการเคลื่อนย้ายเพลี้ยหอย เช่น คาร์บาริลหรือไดอะซินอนฉีดพ่นตามรังมด ถ้ามีเพลี้ยหอยระบาดมาก ใช้มาลาไทออนฉีดพ่นให้ทั่ว
• เพลี้ยแป้ง มักพบในไม้ประดับ ได้แก่ ยี่โถ ผกากรอง ลั่นทม ไทรโกสน เฟิน นีออน จำปีจำปา เป็นต้น ลักษณะเป็นเส้นขนสีขาวปกคลุมลำตัวเพลี้ยแป้งจะดูดน้ำเลี้ยงพืชทำให้พืชแคระแกร็น ใบร่วง ถ้ามีปริมาณมากพืชอาจทรุดโทรมและตายได้ ถ้าพบไม่มากนัก ก็ใช้วิธีรูดตัวออกมาจากพืชแล้วทำลาย
 
โรคพืชในสวน
           โรคพืชก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้ต้นไม้ชะงักการเจริญเติบโตและดูไม่สวยงาม โรคที่พบทั่วไป ได้แก่ ราสนิมในลั่นทม โรคใบจุดกุหลาบราแป้งในไม้ประดับต่างๆ วิธีการป้องกันและรักษาคือ ตัดใบหรือต้นที่เกิดโรคทิ้งหลีกเลี่ยงการรดน้ำที่เปียกต้นและใบ ทางที่ดีควรฉีดพ่นยากำจัดเชื้อราเพื่อเป็นการป้องกันก่อนเกิดโรค
โรคพืชที่เกิดกับไม้ประดับในสวนซึ่งมักพบบ่อย ได้แก่
• ราสนิม มักพบในลั่นทมและกุหลาบ บริเวณใบจะมีจุดคล้ายฝุ่นผงสีเหลืองส้มเกาะกระจายอยู่ใต้ใบ พบการแพร่ระบาดเมื่อมีความชื้นในอากาศสูงเป็นระยะเวลานานๆ แสงแดดไม่เพียงพอ หรือได้รับปุ๋ยไนโตรเจนมากเกินไปหากพบราสนิมให้ตัดหรือเก็บใบที่เป็นโรคออกให้หมด จากนั้นตัดแต่งกิ่งให้โปร่งหลีกเลี่ยงการรดน้ำที่ใบ เพราะเชื้อราจะแพร่กระจาย ให้ฉีดพ่นยาที่มีส่วนประกอบของกำมะถันหรือสารฟลูไตรอะฟอล (Flutriafol)
• ราแป้ง มักเกิดกับใบย่อยหรือยอดอ่อน ลักษณะเป็นผงสีขาวคล้ายแป้งบนผิวใบ ทำให้ใบหงิกงอ ให้กำจัดใบที่เกิดโรครวมทั้งใบที่ร่วงตามพื้นดินทิ้งฉีดพ่นด้วยคาร์เบนดาซิม (Carbendazim) เบนเลท คาราเทน หรือกำมะถันผง
 
แห้วหมูศัตรูตัวร้ายในสนามหญ้า
            ถือเป็นปัญหาคลาสสิกของสนามหญ้าตามบ้านเลยทีเดียวแห้วหมูจัดเป็นวัชพืชที่ปราบยากอันดับต้นๆ ทั้งยังทำให้สนามดูไม่สวยงาม หากมีจำนวนไม่มากนักให้ใช้วิธีถอนโดยแซะขึ้นมาทั้งหัวหญ้าแห้วหมูจะค่อยๆลดลงในที่สุด สำหรับสารเคมีให้ใช้สารชื่อสามัญว่า ไพราโซซัลฟูรอน-เอทิล (Pyrazosulfuron-ethyl) หลังวัชพืชงอกซึ่งใช้กำจัดวัชพืชใบกว้างและกกได้ด้วย
สารเพิ่มประสิทธิภาพ
             หากต้องการให้สารที่ใช้ได้ผลดียิ่งขึ้น แนะนำให้ใช้สารเพิ่มประสิทธิภาพของสารต่างๆที่ใช้กับพืชหรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “สารจับใบ” ซึ่งมีสารออกฤทธิ์คือBlendofalkylarylpolyethoxylate และSodiumalkylsulfonatealkylate สารจับใบจะทำหน้าที่ลดแรงตึงผิวของน้ำยา ทำให้สารเคมีติดและแผ่กระจายเปียกผิวใบอย่างรวดเร็ว เพิ่มพื้นที่การดูดซึมเข้าสู่พืชได้มากขึ้นจึงเพิ่มประสิทธิภาพของสารเคมีทั้งสารป้องกันกำจัดแมลงวัชพืช และฮอร์โมนพืช นอกจากนี้ยังลดการชะล้างสารเคมีไปกับน้ำฝนและน้ำค้าง ทำให้เราไม่ต้องใช้สารเคมีมากเกินความจำเป็น


CALENDAR